วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วันว่างกับอาหารคาวหวาน ที่สามารถทำเองได้อย่างง่ายๆ

                 ข้าวห่อใบบัว
ส่วนผสม
1.กุ้งแห้ง       20  กรัม
2.เนื้อไก่        40  กรัม
3.กุนเชียง      20  กรัม
4.เห็ดหอม        3   ดอก
5.ไข่แดงไข่เค็ม 1 ฟอง
6.ใบบัว             1 ใบ
7.แป้งปรุงรสเจ  1/2 ช้อนชา
8.น้ำตาลทราย  1/2 ช้อนชา
9.เกลือป่น        1/2 ช้อนชา
10.น้ำมันพืช     4 ช้อนชา
11.พริกไทยป่น ซีอิ๊วดำ ข้าวสวย(พอประมาณ)
วิธีทำ นำใบบัวไปลวกน้ำร้อนให้พอนิ่ม แล้วนำขึ้นแช่น้ำเย็น เช็ดให้สะอาดวางลงบนกะละมัง แล้วใส่ไข่แดงไข่เค็มกดให้แบนรอไว้ นำกระทะขึ้นตั้งไฟ พอร้อนใส่น้ำมันลงไป จากนั้นนำกุ้งแห้ง ไก่ กุนเชียงและเห็ดหอมลงไปผัดให้เข้ากันแล้วนำข้าวและเครื่องปรุงใส่ลงไปผัดด้วย พอผัดจนเข้ากันดีก็ตักขึ้นมาใส่ใบบัวห่อให้มิด แล้วนำไปนึ่ง 30 นาที แล้วเปิดใบบัวเสิร์ฟร้อนๆ รับประทานได้ทันที


เป็ดพะโล้
เครื่องปรุงเป็ดพะโล้
1.เป็ดสด 1 ตัว  2.เครื่งยาจีนต้ม 1 ซอง
3.ผงพะโล้ 3 ชต. 4.พริกไทยดำ 1 ชต.
5.ซีอิ๊วดำ 3 ทัพพี 6.เกลือป่น 1 ชต.
7.ซีอิ๊วขาว 1 ทัพพี 8.น้ำตาลปี๊บ 1 ชต.
9.ข่าแก่ทุบพอแหลก 1 หัว
10.กระเทียม 3 หัว 11.รากผักชี 3 ราก
วิธีทำ 1.นำเครื่องปรุงทั้งหมดใส่หม้อเติมน้ำสะอาดให้ท่วม ต้มด้วยไฟอ่อนๆ 30 นาที จนน้ำต้มส่งกลิ่นหอม    2.ใช้ผงพะโล้ละเลงทาลงในท้องและทั่วตัวเป็ดสด หมักทิ้งไว้ 20 นาทีจึงนำลงต้มกับน้ำพะโล้ที่เตรียมไว้ ใช้เวลาในการต้ม1ชั่วโมง ระหว่างต้มให้พลิกตัวเป็ดไปมาเพื่อให้เป็ดสุกทั่วทั้งตัว เมื่อหนังเป็ดสุกเป็นสีน้ำตาลเข้ม ใช้เชือกพลาสติกผูกคล้องปีกเป็ดแขวนไว้ให้สะเด็ดน้ำ
4.หั่นเป็ดพะโล้ใส่จาน ราดด้วยน้ำพะโล้ต้มเป็ดลงบนเนื้อเป็ดให้ชุ่ม รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ส่วนน้ำพะโล้ที่เหลือสามารถนำไปต้มเป็ดพะโล้ได้อีก 2-3 ตัว และเมื่อหั่นเป็ดเป็นชิ้นๆ เนื้อเป็ดต้องเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆและมีกลิ่นเครื่องเทศพริกไทยจึงจะอร่อยตรงตามสูตรต้นตำรับการต้มเป็ดพะโล้สูตรโบราณ

แกงกระหรี่เนื้อ
ส่วนประกอบ
1.เนื้อวัว     500  กรัม
2.หอมใหญ่ 300 กรัม
3.แครอท    300 กรัม
4.มันฝรั่ง     300 กรัม
5.เครื่องแกงกระหรี่
6.ไวน์แดง
วิธีทำ ตั้งน้ำในหม้อขนาดปานกลางให้เดือด ผัดเนื้อกับหอมใหญ่และไวน์แดงพอประมาณ ผัดเข้าด้วยกันจนน้ำแห้ง แล้วใส่ลงไปในหม้อน้ำเดือดที่ตั้งไฟไว้ ต้มจนเนื้อสุกได้ที่ ใส่แครอทและเครื่องแกงกระหรี่ เคี่ยวต่อสักพัก ใส่มันฝรั่งลงไป รอให้มันฝรั่งสุก หากซุปข้นเกินไปก็สามารถเติมน้ำร้อนลงไปได้ จากนั้นก็เสิร์ฟรับประทานได้เลย

ขนมหวานปลากริมไข่เต่า
เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานขนมหวาน ขั้นตอนการทำก็ไม่ยุ่งยาก คุณสามารถทำรับประทานเองได้อย่างง่ายๆ ทั้งยังสะอาด สะดวก อร่อย และประหยัด
มาดูขั้นตอนการทำปลากริมไข่เต่ากันเลยดีกว่านะคะ
ส่วนผสม
แป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง น้ำตาลปี๊ป  น้ำตาลโตนด น้ำตาลมะพร้าว หัวกะทิ หางกะทิ เกลือป่น ใบเตยสดหั่นท่อน และน้ำสะอาด
วีธีการทำ นำแป้งข้าวเจ้าใส่ลงไปในกะละมัง เติมน้ำสะอาดลงไป นวดแป้งให้พอปั้นได้ แล้วนำไปนึ่งประมาณ 5 นาที พอแป้งสุกก็ยกลง เทใส่กะละมังผสมกับแป้งมันสำปะหลัง แล้วนวดกับน้ำอุ่น ระหว่างนวดแป้งต้องเติมแป้งมันและน้ำกะทิลงไปด้วยเล็กน้อย นวดไปเรื่อยๆ นานประมาณ 2 ชม.จนแป้งนุ่มได้ที่ จากนั้นก็ตั้งพักไว้ นำน้ำสะอาดใส่หม้อยกขึ้นตั้งไฟ ใส่ใบเตยสดลงไปต้มจนมีกลิ่นหอม จากนั้นนำตะแกรงกดปลากริมมาวางพาดไว้บนหม้อ นำแป้งมากดลงบนตระแกรง ใช้แรงมากหน่อย แป้งจะหลุดออกมาเป็นตัวๆหลุดลงไปในน้ำต้มใบเตยที่กำลังเดือดอยู่ เมื่อแป้งสุกจะลอยขึ้นมาเหนือน้ำ เอาช้อนตักออกแช่ไว้ในน้ำเย็นสักครู่ ก่อนจะตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ แล้วแบ่งตัวแป้งสุกออกเป็นสองส่วน เพื่อใส่ลงในหม้อปลากริม และหม้อไข่เต่า
ขั้นตอนการทำ ปลากริม (ตัวเค็ม)
นำหัวกะทิผสมกับหางกะทิ เกลือเล็กน้อย ใบเตยสดตัดท่อน ใส่หม้อยกขึ้นตั้งไฟให้เดือด เคี่ยวกะทิจนได้ที่จึงใส่แป้งสุกส่วนที่หนึ่งลงไป คนพอให้เข้ากัน จากนั้นก็เริ่มทำ ตัวไข่เต่า หรือ ตัวหวาน นั่นเอง
ขั้นตอนการทำ ไข่เต่า (ตัวหวาน)
นำหางกะทิ น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลโตนด น้ำตาลมะพร้าว ใส่ลงในหม้อยกขึ้นตั้งไฟเคี่ยวรวมกัน จนมีสีแดงอมน้ำตาล ยกลง ใส่แป้งสุกอีกส่วนที่เหลือลงไป หลังจากนำแป้งใส่ลงไปในหม้อปลากริม และ หม้อไข่เต่าแล้ว เหลือขั้นตอนสุดท้ายคือ นำไปอบเทียนให้มีกลิ่นหอม อบอวลอยู่ในหม้อ เวลารับประทานให้ตักปลากริมใส่ถ้วยก่อนแล้วราดด้วยไข่เต่า คนให้เข้ากัน จึงจะได้ ปลากริมไข่เต่า ที่มีรสชาด หวานมัน กลมกล่อม และอร่อยมากยิ่งขึ้นค่ะ



ขนมไทย ทองม้วนทิพรส
เครื่องปรุง
แป้งหมี่ไข่ น้ำตาลมะพร้าว โกโก้หรือช็อกโกแลต
วิธีทำ เอาแป้ง น้ำตาล ไข่ กะทิ โกโก้ ใส่ลงไปด้วยกัน คนให้เข้ากันจนสนิท แล้วตักใส่พิมพ์ปิ้งม้วนหรือพับก็ได้ ใส่โหลอบควันเทียนปิดฝาให้แน่น รับประทานได้ตามต้องการ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น